เอาส่วนหนึ่งของบทความที่เขียนทิ้งไว้มาแปะให้อ่านกันก่อนฝรั่ง
ตัวของจริงคงจะลงพิมพ์เร็วๆนี้ ถ้าใครซื้อแมกกาซีน ตปท ก็คงจะได้อ่านตัวบทความเต็มกระมังครับ
เป็นเรื่องของปลาลูกผสมทั้งหลาย ที่ตามเก็บรูปและข้อมูลมาตลอดหลายๆปี
บางตัวก็ได้เลี้ยงเอง บางตัวก็ไม่มีปัญญาเลี้ยง หลายตัวมีรายงานแต่ไม่มีรูป บางตัวเคยเห็น แต่ถ่ายรูปไม่ได้ ก็เอามาให้ดูกันเท่าที่โอกาสจะอำนวยนะครับ
เท่าที่ผ่านมา ปลาลูกผสมจะแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่ม คือ
1. ปลาลูกผสมโดยฝีมือมนุษย์
2. ปลาลูกผสมตามธรรมชาติ
ปลาลูกผสมโดยน้ำมือมนุษย์นั้น เป็นที่แน่นอนว่า เราสามารถทราบแหล่งที่มา และพ่อแม่พันธุ์ได้ชัดเจน ตัวอย่างของลูกผสมกลุ่มนี้มีอยู่หลายคู่ผสมด้วยกัน ลูกผสมโดยมนุษย์เหล่านี้ มีการทดลองทำกันมาเป็นเวลานานกว่าสามสิบปี ด้วยในยุค 70's Martin Moe เคยประสบความสำเร็จในการทำลูกผสมระหว่างเกรย์แองเจิล (Pomacanthus arcuatus) และเฟรนช์แองเจิล (P. paru) เข้าด้วยกัน เรสเปนเดนท์ (Centropyge resplendens) กับ ฟิชเชอร์ (C. fisheri) โดยการผสมของ RCT (Reef Culture Technologies) ไม่นานมานี้ จะสังเกตุได้ว่าปลาทั้งสองชนิดนั้นมีถิ่นอาศัยที่แตกต่างกันในธรรมชาติอย่างสิ้นเชิง และไม่มีวันที่มันจะมาเจอกันได้ในธรรมชาติ ดังนั้น นี่เป็นความเเตกต่างข้อสำคัญของลูกผสมโดยน้ำมือมนุษย์ที่ปลาลูกผสมตามธรรมชาติไม่มีทางเหมือน
การทดลองในรูปแบบนี้แสดงให้เราเห็นว่า หากในธรรมชาติ พวกมันไม่สามารถหาคู่ที่เหมาะสมซึ่งเป็นชนิดเดียวกันได้ พวกมันก็พร้อมที่จะจับคู่กับชนิดพันธุ์ที่มีรูปร่างและสีสันใกล้เคียงกัน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ว่าลูกผสมตามธรรมชาติมักจะถูกจับได้จากบริเวณที่มีชนิดที่เป็นพ่อหรือแม่พันธุ์ได้น้อย นั่นหมายความว่า มันไม่สามารถที่จะจับคู่กับพวกเดียวกันเองได้ จึงจำเป็นที่จะต้องผสมข้ามสายพันธุ์เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ต่อไปตามกฏแห่งธรรมชาติ
Nothing at all
![]() |
ปลาลูกผสมตามธรรมชาตินั้น มีสมมุติฐานของการผสมข้ามสายพันธุ์อยู่สองข้อ นั่นคือการขาดแคลนปลาชนิดเดียวกันในพื้นที่นั้นๆ อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว หรือการผิดพลาดระหว่างการผสม นั่นคืออาจจะมีปลาสองคู่ที่ผสมพันธุ์ในเวลาและบริเวณใกล้เคียงกัน เมื่อพ่อและเเม่ปลาปล่อยไข่และน้ำเชื้อออกมา ก็มีเปอร์เซนต์ที่ทั้งสองอย่างจะถูกพัดโดยกระแสน้ำไปปะปนกับของอีกคู่หนึ่ง ส่วนมากกรณีเหล่านี้จะเกิดกับปลาที่ไข่ตามมวลน้ำ หรืออาศัยอยู่เป็นกลุ่มรวมกัน เช่นพวกแทงค์ หรือนกขุนทอง (wrasse)
หากสังเกตุจะพบว่าปลาที่ไข่ด้วยวิธีปล่อยไข่ไปตามมวลน้ำ จะมีเปอร์เซนต์การเกิดปลาลูกผสมสูงกว่าพวกที่เฝ้าระวังไข่หรือเลี้ยงจนลูกปลาฟักออกมาเป็นตัวมาก สมมุติฐานที่ตั้งไว้ก็คือปลาที่วางไข่ตามมวลน้ำนั้นมีโอกาสเกิดการผิดพลาดจากสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมอย่างกระแสน้ำมากกว่า ในขณะปลาที่ต้องเฝ้าระวังไข่นั้น จำต้องเกิดสภาวะบีบคั้นของการขาดแคลนปลาชนิดเดียวกันอย่างมาก จึงจะบีบให้พวกมันผสมข้ามสายพันธุ์กันได้
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม นี่คือข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดของปลาลูกผสมตามธรรมชาติ
นั่นคือเราไม่สามารถทราบได้แน่ชัด ว่าเป็นลูกผสมของคู่ผสมที่เราคาดไว้หรือไม่
อย่างเช่นการ์ตูนตัวนี้เป็นต้น
Nothing at all
นั่นทำให้ปลาอีกหลายตัว ถูกนำมาเป็นข้อถกเถียงกันไม่จบไม่สิ้น
เช่น การ์ตูน White bonnet (Amphiprion leucokranos) นั้น เป็นปลาการ์ตูนหายาก และมีราคาสูงมาก ความที่การ์ตูนดังกล่าวจะสามารถพบได้เพียงบางพื้นที่ในธรรมชาติเท่านั้น และมีจำนวนไม่มากนัก
แม้จะถูกบรรยายชื่อทางวิทยาศาสตร์แล้ว แต่ก็คาดเดากันว่าน่าจะเป็นคู่ผสมที่ประหลาดที่สุดคู่หนึ่ง เพราะพ่อและเเม่พันธุ์นั้นไม่น่าที่จะผสมข้ามสายพันธุ์ตามธรรมชาติได้เลย ด้วยอยู่กันคนละกลุ่ม และมีขนาดต่างกันค่อนข้างมาก
ว่ากันว่า เป็นลูกผสมตามธรรมชาติของ ปล้องฟ้า (A. chrysopterus) และ อินเดียนนอก (A. sandaracinos)
เพราะว่าปลาแต่ละตัว จะมีที่ๆสีผิดเพี้ยนต่างกันไป นั่นเป็นลักษณะของลวดลายที่ยังไม่นิ่ง อันเกิดจากการผสมข้ามพันธุ์นั่นเอง
และถ้าจำไม่ผิด ที่ต่างประเทศก็มีคนทำคู่ผสมที่ว่าแล้วก็ได้ลูกออกมาเป็นเจ้านี่จริงๆ
แก้ไขครั้งล่าสุดโดย fufu : 11-03-2008 เมื่อ 10:32 PM
Nothing at all
เคยเห็นใครหลายคนเรียกลูกผสมคู่นี้ว่า 'เพาเดอแบล็ค'
วงการปลาสวยงามทั่วโลกเพิ่งได้ยลโฉมตัวประหลาดตัวนี้เมื่อราว 4-5 ปีที่ผ่านมานี้เอง
Rudie Kuiter เชื่อว่าเป็นปลาชนิดใหม่ ด้วยว่าคู่ผสมคู่นี้พบได้เป็นจำนวนมากในระดับหนึ่ง และมีเข้ามาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ในขณะที่ใครอีกหลายคน รวมถึง Dr. Jack Randall แย้งว่า น่าจะเป็นเพียงลูกผสมของเพาเดอบลู(Acanthurus leucosternon) กับโกลด์ริม (A. nigricans)
ผมเองก็สองจิตสองใจอยู่นาน จนไม่นานมานี้ได้ไปเป็นลูกปลาวัยเด็กของทั้งสองชนิด
หากดูจากรูปเปรียยเทียบทางด้านล่าง จะเห็นได้ว่าลูกโกลด์ริมนั้นเมื่อยังเล็กจะมีแถบสีส้ม ซึ่งพร้อมจะเปลี่ยนไปเป็นสีเหลืองเมื่อโตขึ้น ซึ่งถ้านำไปเทียบดูกับตัวปริศนาที่ว่านี้ เมื่อยังเล็ก มันก็มีแถบที่หางเป็นสีส้มเช่นเดียวกัน ลักษณะนี้ไม่พบในเพาเดอบลู ซึ่งทำให้หมดข้อสงสัยว่ามันเป็นอีกชนิดหนึ่งหรือใหม่ เพราะเมื่อดูจากหลายๆอย่างประกอบกันแล้ว ก็ค่อนข้างมั่นใจได้ว่า มันคือลูกผสมของโกลด์ริม และเพาเดอบลูอย่างแน่นอน
Nothing at all
เมื่อก่อน ยุคที่ข้อมูลข่าวสารยังไม่เชื่อมถึงกันเหมือนอย่างสมัยนี้
ปลาลูกผสมตามธรรมชาติหลายชนิดจึงถูกนำมาบรรยายเป็นปลาชนิดใหม่
เช่นตัวที่เรารู้จักกันดี อย่างเธานด์ซันด์ แองเจิล (Holacanthus townsendi) ซึ่งเป็นลูกผสมระหว่างควีน กับบลูแองเจิล
หรือ Apolemichthys armitagei ซึ่งอันที่จริงแล้วก็เป็นลูกผสมตามธรรมชาติระหว่างบลูเม้าท์กับหมอครีม เป็นต้น
หากจะกล่าวอ้างตามที่ Ned Deloach ที่ได้เขียนไว้ใน Reef Fish Behavior ก็ต้องบอกว่าปลาพวกนี้ไม่ได้เป็นหมัน
ลูกๆของปลาพวกนี้สามารถจับคู่และสืบพันธุ์ได้ตามปกติ และนั่นก็เป็นคำตอบที่ดีให้กับพวกเราว่าทำไมเธานด์ซันเเองเจิลบางตัวถึงได้มีรูปร่างหน้าตาคล้ายบลูแองเจิล หรือควีนเเองเจิลเหลือเกิน โดยมีข้อแตกต่างเพียงน้อยนิด เพราะลูกผสมที่ว่าอาจจะกลับไปผสมซ้ำกับชนิดของพ่อ หรือแม่อีกทีหนึ่งก็เป็นได้
กรณีการสืบพันธุ์ที่ว่านี้สามารถดูได้จากปลาการ์ตูนลูกผสมต่างๆเช่นกัน อย่าง white bonnet clown ซึ่งสันนิษฐานกันว่าน่าจะเป็นปลาลูกผสม ก็ไม่ได้เป็นหมันอย่างที่หลายคนคิด แต่จะให้ไข่น้อยมาก ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะการ์ตูนดำ ซึ่งเป็นการ์ตูนสายพันธุ์แท้ตามธรรมชาติก็ให้ไข่ไม่มากนักในแต่ละครั้ง อาจจะเป็นเพราะธรรมชาติกำหนดให้เป็นเช่นนั้น เพราะถ้าดูให้ดี การ์ตูนสองชนิดนี้นั้นพบในพื้นที่อันจำกัด คงเป็นกลไกรูปแบบหนึ่งของธรรมชาติที่จะช่วยไม่ให้ปริมาณประชากรในพื้นที่มีมากเกินไป
แก้ไขครั้งล่าสุดโดย fufu : 12-03-2008 เมื่อ 08:00 AM
Nothing at all
ลูกผสมของแองเจิลแคระสองคู่นี้คงจะเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าสีและลวดลายของปลาลูกผสมแต่ละตัวนั้นหลากหลายได้เพียงใด
คู่ของหมอครีมและหมอส้ม (C. vroliki X C. eibli) ทั้งสามรูปจะแสดงให้เห็นว่า มีตัวที่ได้ทั้งพ่อมากกว่า แม่มากกว่า และตัวที่ได้มาจากทั้งสองเท่าๆกัน
ส่วนคู่ของเลม่อนพีลและหมอครีม (C. flavissimus X C. vroliki) นั้นแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของสีสันและลวดลาย ทั้งๆที่มาจากพ่อและเเม่ชนิดเดียวกัน
Nothing at all
ลูกผสมข้ามสายพันธุ์ยังจะก่อให้เกิดคำถามที่ตามมาอีกหลายอย่าง
เช่น การที่ลูกผสมต่างๆโผล่ขึ้นมาในตลาดปลาสวยงามมากขึ้นนั้น เป็นเพราะว่าเหตุใด ระหว่างเราจับปลากันมากขึ้น ทำให้พวกมันมีจำนวนลดลงอย่างมาก จนถึงขั้นที่ต้องผสมข้ามสายพันธุ์กับชนิดที่มีเยอะกว่า หรือการที่เทคโนโลยีเราพัฒนา ทำให้เราดำลงไปในระดับน้ำที่ลึกขึ้น เดินทางไปได้ไกลขึ้น และนั่นทำให้เรามีโอกาสที่เจอกับสิ่งที่ไม่เคยเจอมาก่อนได้ง่ายขึ้น?
อย่างเช่นลูกผสมสองคู่นี้
คู่แรกอย่างแบล็คแทงค์และบราวน์แทงค์นั้น เป็นคู่ผสมที่พบได้ทางมหาสมุทรแปซิฟิคตอนใต้ มีรายงานการพบเป็นครั้งเเรกเมื่อปี 2001 จากเกาะคริสต์มาสและไลน์ ส่วนคู่ผสมของแคเรียนนั้นมีรายงานจากคาร์โบซานลูคัสเพียงที่เดียวในโลก
ซึ่งเขตการกระจายพันธุ์ของแต่ละชนิดก็เป็นตัวกำหนดพื้นที่ที่มีปลาลูกผสมเช่นกัน
ด้วยบริเวณปลาที่ทำการผสมข้ามกันนั้นเป็นสุดเขตการกระจายพันธุ์ของแต่ละชนิด ทำให้พวกมันพบได้ยากในบริเวณนั้นก็เป็นได้
แก้ไขครั้งล่าสุดโดย fufu : 12-03-2008 เมื่อ 08:05 AM
Nothing at all
หรือลูกผสมของปลาการ์ตูนคู่นี้ คงจะก่อปัญหาให้นักมีนวิทยาไม่มากก็น้อย
จากที่เคยเป็นที่ถกเถียงว่า การ์ตูนแดงควรจะถูกยุบสกุลให้ไปรวมกับ Amphiprion หรือไม่
เพราะในภาพ เป็นปลาการ์ตูนซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นลูกผสมของการ์ตูนแดง กับการ์ตูนมะเขือเทศจากประเทศฟิลิปปินส์ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นตัวที่คิดว่าน่าจะเป็นลูกผสมของคู่ผสมนี้ แต่ถ้าหากว่ายังคงยืนยันไม่ยุบสกุลรวมกัน เราก็จะต้องพูดว่า มีรายงานการผสมข้ามสกุลของปลาทะเลตามธรรมชาติได้
Nothing at all
แม้กระทั่งปลาผีเสื้อ เราเองก็ยังพบลูกผสมได้จากปลากลุ่มนี้
ปลาผีเสื้อเป็นกลุ่มปลาที่จะมีรายงานการผสมข้ามชนิดเยอะที่สุดสกุลหนึ่ง ความที่มีถิ่นอาศัยและการจับคู่จำเพาะ น่าจะทำให้พวกมันมีความเสี่ยงต่อการผสมข้ามสายพันธุ์มากกว่าปลาอื่นๆไปโดยปริยาย หากสังเกตุให้ดี จะเห็นว่าคู่ผสมหลายคู่นั้นเป็นผลผลิตของคู่ผสมที่มีรูปร่างหน้าตาใกล้เคียงกัน ปลาผีเสื้อน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของกลุ่มปลาที่ใช้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะนอกจากจะมีจำนวนคู่ผสมที่พบมากแล้ว ยังมีตัวเปรียบเทียบให้เห็นอย่างชัดเจน เพราะปลาผีเสื้อหลายชนิดมีสีสันและลวดลายคล้ายคลึงกันมาก แต่ก็เป็นที่น่าแปลกใจว่ามีผีเสื้อเพียงบางสายพันธุ์ที่พบผสมข้ามพันธุ์กับผีเสื้อชนิดอื่นๆบ่อยกว่าผีเสื้ออีกหลายชนิด เช่นผีเสื้อลายไขว้ (C. auriga) หรือผีเสื้อลายไขว้ท้ายเหลือง (C. vagabundus) ทั้งๆที่ผีเสื้ออีกหลายชนิดก็มีถิ่นการกระจายพันธุ์ที่ค่อนข้างกว้างเช่นเดียวกัน แต่กลับไม่เคยมีลูกผสมปรากฏ คำถามที่ควรจะต้องตามหาคำตอบต่อไป ว่ามีปัจจัยอื่นๆอะไรบ้างที่ทำให้เกิดการผสมข้ามสายพันธุ์ที่ว่านี้ นอกเหนือจากสมมุติฐานสองข้อที่ได้ตั้งไว้
จากที่รวบรวม ปัจจุบันมีรายงานการพบลูกผสมของปลาผีเสื้อกว่ายี่สิบคู่ผสมจากทั่วโลก โดยมีรายงานดังนี้
C. auriga XC. vagabundus
C. auriga XC. ephippium
C. auriga XC. rafflesi
C. ephippium XC. semeion
C. miliaris XC. tinkeri
C. aureofasciatus XC. rainfordi
C. auriga XC. fasciatus
C. auriga XC. lunula
C. austriacus XC. melapterus
C. burgessi XC. tinkeri
C. burgessi XC. flavocoronatus
C. daedalma XC. nippon
C. guentheri XC. daedalma
C. guentheri XC. oxycephalus
C. ornatissimus XC. reticulatus
C. vagabundus XC. ulietensis
C. vagabundus XC. decussatus
C. xanthurus XC. argentatus
C. mertensii XC. argentatus
C. lineolatus XC. semilarvatus
C. unimaculatus XC. kleinii
C. miliaris XC. multicinctus
C. multicinctus XC. quadrimaculatus
C. rafflesi XC. vagabundus
C. ephippium XC. xanthocephalus
C. guttatissimus XC. punctatofasciatus
C. punctatofasciatus XC. pelewensis
C. meyeri XC. ornatissimus
C. auripes XC. lunula
แก้ไขครั้งล่าสุดโดย fufu : 12-03-2008 เมื่อ 07:53 AM
Nothing at all
ด้วยความชอบส่วนตัว ทำให้ผมต้องไปคอยสังเกตุว่าจะมีปลาพวกนี้หลุดเข้ามาบ้างไหม
เพราะหลายๆที่ ที่ฟลุ๊คเจอเจ้าพวกนี้เข้าโดยบังเอิญ และหลายๆคนไม่รู้ เพราะต้องสังเกตุอย่างละเอียด
บางร้าน ถ้าเห็นปลาหน้าตาแปลกหน่อย ก็ตีไปแล้วว่าเป็นลูกผสม แล้วเรียกราคาสูงๆ ทั้งๆที่อาจจะเป็นแค่ความแปรผันของสี ลวดลาย หรือถิ่นอาศัย ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลต่อสีสันและลวดลายบนตัวปลาไม่น้อยไปกว่ากันเเต่อย่างใด การที่จะดูให้ชัดว่าเป็นปลาลูกผสมหรือไม่ จำเป็นที่จะต้องมองให้ละเอียด ดูความน่าจะเป็นโดยรวม ซึ่งกินความหมายถึงถิ่นการกระจายพันธุ์และรายละเอียดต่างๆบนตัว
Nothing at all
เวลาซื้อ ก็อย่ามองแค่มันแปลกเลยครับ ปลาพวกนี้มีคุณค่ามากกว่านั้น และที่สำคัญที่สุดคือพวกมันมีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ในการเป็นตัวอย่างอ้างอิง ผมเสียดายมากที่เห็นลูกผสมประหลาดๆหลายตัวต้องไปอยู่ในมือของคนที่ดูแลไม่เป็น และไม่รู้คุณค่า เพราะถึงแม้ว่าถ้าเกิดเหตุสุดวิสัยที่ทำให้มันต้องตายลงไป แต่อย่างน้อย ซากของมันก็สามารถนำมาเก็บไว้เพื่อการศึกษาได้อีก
ปลาพวกนี้อาจจะมีพ่อหรือเเม่ที่เป็นปลาที่เลี้ยงได้ยากในระบบปิด แต่หากเมื่อกลายมาเป็นปลาลูกผสมแล้ว โดยมาก ลูกที่ได้ก็จะเลี้ยงง่ายกว่าตัวที่เลี้ยงยากนั้นๆ
ไปนอนก่อนครับ ง่วง
References:
Allen, G.R. 1980. Butterflyfishes and Angelfishes of the World. Vol. 2. Atlantic Ocean, Caribbean Sea, Red Sea and the Indo-Pacific. Wiley-Interscience Publication. New York, 352 pp.
Allen, G.R. and R. Steene. 1987. Reef Fishes of the Indian Ocean. T.F.H. Publication. Inc. Neptune City, NJ, 240 pp.
Burgess, W.E. 1978. A Monograph of Butterflyfishes (Family Chaetodonidae). T.F.H. Publication. Inc. Neptune, NJ, 832 pp.
Debelius, H., H. Tanaka, and R.H. Kuiter. 2003. Angelfishes: A Comprehensive Guide to the Pomacanthidae. TMC Publishing, Chorleywood, UK, 208 pp.
Deloach, N. 1999. Reef Fish Behavior. New World Publication. Inc. Jacksonville, FL, 359 pp.
Kuiter, R.H. 2002. Butterflyfishes, Bannerfishes and their relatives: A comprehensive guide to the Chaetodontidae and Microcanthidae. TMC Publishing, Chorleywood, UK, 208 pp.
Pyle, R. & J. Randall, 1994. - A review of hybridization in marine angelfishes (Perciformes; Pomacanthidae). Environ. Biol. Fishes 41: 127-145.
Randall, J.E. 2002. Surgeonfishes of Hawai’i and the world. Mutual Publishing and Bishop Museum Press, Honolulu, 123 pp.
Steene, R. C. 1978. Butterflyfishes and Angelfishes of the World. Vol.1. Australia. Wiley-Interscience Publication. New York, 144 pp.
Wilkerson, J. D. 1998. Clownfishes: a guide to their captive care, breeding & natural history. Microcosm Ltd, Shelburne, VT, 240 pp.
2004 (Author name?). Hybrid Butterflyfishes. Marine Aquarist no. 32 (Summer 2004): 71-75 (in Japanese)
2007 (Author name?) Reef Culture Tecnologies? Aqua Culture Frontiers. Marine Aquarist no. 42 (2007 Winter): 64-67 (in Japanese)
แก้ไขครั้งล่าสุดโดย fufu : 12-03-2008 เมื่อ 08:06 AM
Nothing at all
ขอบคุณมากครับ เป็นความรู้ที่ยอดเยี่ยมมกาเลยครับ
เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ มาก คุณ fufu ไม่เคยทำให้ผู้อ่านผิดหวังจริงๆ ขอบคุณมากนะครับที่ค้นหาและศึกษาอยู่ตลอดรวมทั้งเผยแผ่แก่คนที่ไม่รูด้วย ขอคารวะครับ
ว้าว.ว.ว.ว.ว.ว.ว.ว..ว.ว.ว.ว.ว.ว.ว ชอบคับ ความรู้อีกแล้ว ขอบคุณคับ
แก้ไขครั้งล่าสุดโดย gorillaz : 31-08-2008 เมื่อ 07:53 PM
ขอบคุณสำหรับความรู้และบทความดีๆครับ![]()
![]() |
There are currently 1 users browsing this thread. (0 members and 1 guests)